เมืองหลวงเก่าที่ขึ้นชื่อเรื่องการชมใบไม้เปลี่ยนสีคู่กับสถาปัตยกรรมโบราณ จุดที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาดมี 2 แห่งหลักๆ คือ:
วัดคิโยมิสุ (Kiyomizu-dera) / วัดน้ำใส: อัศจรรย์ระเบียงไม้โบราณที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลใบเมเปิ้ลสีแดงสด
???? Pro Tip: แนะนำให้เช็คตาราง "Night Illumination" หรือการเปิดไฟประดับช่วงกลางคืนของวัด เพราะการได้เห็นใบไม้แดงตัดกับแสงไฟและแสงเลเซอร์สีน้ำเงินที่พุ่งขึ้นฟ้าเป็นภาพที่สวยงามและแปลกตามาก
รถไฟสายโรแมนติกซากาโน่ (Sagano Romantic Train): นั่งรถไฟหัวจักรไอน้ำโบราณวิ่งเลียบลำธารและหุบเขาอาราชิยามะ
???? Pro Tip: ควรจองตั๋วล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ และถ้าเลือกได้ แนะนำให้จอง "ตู้ที่ 5 (The Rich Car)" ซึ่งเป็นตู้แบบเปิดโล่งไม่มีกระจกหน้าต่าง จะช่วยให้รับลมธรรมชาติและถ่ายภาพมุมกว้างได้ชัดเจนโดยไม่มีแสงสะท้อน
แม้หลายคนจะคุ้นตากับภาพหมู่บ้านสไตล์กัสโซโดะคุริ (Gassho-zukuri) ท่ามกลางหิมะสีขาว แต่ในฤดูใบไม้ร่วง หุบเขาแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีส้มทองและแดงสลับกัน เป็นภาพที่ดูอบอุ่นและโรแมนติกไปอีกแบบ
???? ทริคการถ่ายรูป: ให้เดินขึ้นไปยัง จุดชมวิวชิโรยามะ (Shiroyama Viewpoint) ช่วงเวลาประมาณ 15.00 - 16.00 น. แสงแดดยามเย็นจะส่องกระทบหลังคาบ้านและใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาด้านหลังพอดี ทำให้ได้โทนภาพที่ละมุนตาและมีมิติ
นอกจากแสงสีในเมืองแล้ว โอซาก้ายังมีมุมสงบที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง
อุทยานมิโนะ (Minoo Park): เดินเทรลสั้นๆ ท่ามกลางอุโมงค์ใบไม้แดง มุ่งหน้าสู่น้ำตกมิโนะอันยิ่งใหญ่
???? Don't Miss: อย่าลืมลองชิม "โมมิจิเทมปุระ" (Momiji Tempura) หรือใบเมเปิ้ลชุบแป้งทอด ของกินเล่นท้องถิ่นที่มีรสชาติหวานมันและกรุบกรอบ
วัดคัตสึโอจิ (Katsuoji Temple): วัดแห่งชัยชนะที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาดารุมะตัวเล็กตัวน้อย วางเรียงรายอยู่ตามโขดหินและพุ่มไม้แดง
???? Pro Tip: แนะนำให้ไปถึงช่วงเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงมวลชน และจะได้ภาพตุ๊กตาดารุมะคู่กับใบไม้แดงที่มีสายหมอกจางๆ จากเครื่องพ่นไอหมอกของวัด
ปิดท้ายด้วยพิกัดระดับประเทศและพิกัดสุดมหัศจรรย์ในจังหวัดไอจิ ภูมิภาคชูบู
หุบเขาโครังเค (Korankei): หนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น มีต้นเมเปิ้ลกว่า 4,000 ต้น เรียงรายตลอดสองฝั่งแม่น้ำ สะพานสีแดงทาซุเกะ (Taitsuki Bridge) คือมุมมหาชนที่ต้องไปเช็คอิน
โอบาระ (Obara): สัมผัสปรากฏการณ์หาดูยาก "ชิกิซากุระ" (Shikisakura) หรือซากุระพันธุ์พิเศษที่บานปีละ 2 ครั้ง ทำให้สามารถยืนชมดอกซากุระสีชมพูอ่อนไปพร้อมๆ กับใบไม้เปลี่ยนสีสีแดงสดได้ในเฟรมเดียวกัน
เพื่อให้การเดินทางราบรื่น ทีมงาน Supertrips ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญในการวางแผนไว้ในตารางด้านล่างนี้:
| พิกัด | ช่วงเวลาพีคโดยประมาณ | การเตรียมตัว / ทริคสำคัญ |
| เกียวโต (วัดน้ำใส / อาราชิยามะ) | กลางพฤศจิกายน - ปลายพฤศจิกายน | จองตั๋วรถไฟล่วงหน้า, เตรียมรองเท้าที่เดินสบาย |
| ชิราคาวาโกะ | ปลายตุลาคม - กลางพฤศจิกายน | อากาศบนเขาลดต่ำเร็ว ควรพกเสื้อคลุมกันลมไปด้วย |
| โอซาก้า (มิโนะ / คัตสึโอจิ) | กลางพฤศจิกายน - ต้นธันวาคม | แนะนำให้ไปเช้าตรู่เพื่อเลี่ยงความแออัด |
| ไอจิ (โครังเค / โอบาระ) | พฤศจิกายน (ตลอดทั้งเดือน) | ควรใช้รถสาธารณะรอบเช้าสุดเนื่องจากการจราจรค่อนข้างหนาแน่น |
ถาม: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปดูใบไม้เปลี่ยนสีเส้นทางคันไซ-ชูบู คือช่วงไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากพื้นที่สูงลงสู่ที่ราบ สำหรับเส้นทางนี้ ชิราคาวาโกะจะเปลี่ยนสีก่อนใครในช่วงปลายตุลาคม จากนั้นตามด้วยเกียวโต โอซาก้า และไอจิ ในช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน หากอยากได้ช่วงที่คาบเกี่ยวและมีโอกาสเห็นใบไม้แดงในหลายพื้นที่มากที่สุด ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถือเป็นช่วงที่ปลอดภัยที่สุด
ถาม: แนะนำการแต่งกายช่วงฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่น ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?
ตอบ: อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10°C ถึง 18°C แต่ในพื้นที่หุบเขาหรือช่วงดึกอาจลดลงเหลือเลขตัวเดียว การแต่งกายแบบเป็นชั้น (Layering) คือทางออกที่ดีที่สุด แนะนำเสื้อซับในเนื้ออุ่น สวมทับด้วยเสื้อไหมพรม และปิดท้ายด้วยแจ็คเก็ตหรือโค้ทเนื้อหนาปานกลาง เพื่อให้สามารถถอดออกได้เมื่อเดินเหนื่อยหรือเข้าอาคารที่มีฮีตเตอร์
ถาม: ไปเที่ยวโอบาระเพื่อดูซากุระและใบไม้แดงพร้อมกัน เดินทางยากไหม?
ตอบ: การเดินทางด้วยรถสาธารณะอาจต้องต่อรถบัสจากสถานีรถไฟ ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างมากและคิวค่อนข้างยาวในช่วงเทศกาล หากเดินทางเป็นกลุ่ม การเลือกใช้บริการทัวร์ท้องถิ่น หรือปรึกษาผู้ช่วยวางแผนการเดินทางอย่าง Supertrips ในการจัดหารถเช่าพร้อมคนขับ จะช่วยประหยัดเวลาและทำให้เก็บจุดท่องเที่ยวสำคัญได้ครบถ้วนและสะดวกสบายยิ่งขึ้น









รับการแจ้งเตือนโปรโมชันใหม่ล่าสุด ส่วนลดพิเศษ และเคล็ดลับท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมายก่อนใคร!